หน้าหลัก ปรัชญาและทฤษฎี การดูแลสุขภาพโดยองค์รวม

การดูแลสุขภาพโดยองค์รวม

อีเมล พิมพ์ PDF

"การดูแลสุขภาพโดยองค์รวม / หลักธรรมมานามัย"

จาก แนวคิดของศ.นายแพทย์อวย เกตุสิงห์ ผู้ก่อตั้ง โรงเรียนอายุรเวท

ท่าน ศ.นายแพทย์อวย เกตุสิงห์ ได้ให้หลัก และแนวคิด ในการดำเนินชีวิต เป็น แนวทางอย่างน่าสนใจคือการแพทย์แผนไทยมีความแตกต่างจากการแพทย์แผนปัจจุบัน ตรงที่การแพทย์แผนไทย เน้นการดูแล สุขภาพแบบองค์รวมไม่แยกส่วนแบบแผนปัจจุบัน ดังนั้น การดูแลจึงเป็นไปในทุกมิติ ไม่เพียงแต่เรื่องของร่างกาย ความเจ็บป่วย แต่จะพิจารณาถึงความเป็นอยู่ อาหารการกิน การนอนหลับพักผ่อน การ ใช้ชีวิตประจำวันใน อิริยาบถ อย่างไร รวมถึงภาวะ จิตใจ ความเศร้าโศก เสียใจ อารมณ์ความรู้สึกของผู้นั้น ประกอบด้วย เพื่อวินิจฉัย ถึงสาเหตุของ การเกิดโรค สิ่งเหล่านี้ทางการแพทย์แผนไทย ให้ความสำคัญ พอพอกับการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจวินิจฉัย พยาธิสภาพของผู้ป่วย เมื่อเราจะดูแลสุขภาพของทุกคน ไม่ว่าจะเจ็บป่วย หรือไม่เจ็บป่วย การดูแลเน้นการ บำบัดรักษา การฟื้นฟู และที่สุด คือ การป้องกัน ก็จะใช้ทฤษฎี การดูแลแบบองค์รวมเข้ามาเป็นแนวทาง ในการปฎิบัติ ย่อมทำให้ผู้ได้รับการดูแล มีความสุขทั้งในด้านจิตใจ พร้อมกับการบำบัดทางร่างกายไปพร้อมกัน คือ ร่างกาย จิตใจ และสภาพแวดล้อม

การแพทย์แผนไทยที่ไม่แยกจิตออกจากกาย เป็นการแพทย์องค์รวม และเป็นวิถีชีวิตไทย วิชา ธรรมนามัย เป็นวิชาที่ว่าด้วยเรื่อง สุขภาพแบบองค์รวม ทั้งจิต กาย และสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ศ.นพ. อวย เกตุสิงห์ เป็นผู้คิดค้น ท่านได้ให้แนวคิดที่น่าสนใจว่า เราสามารถทำให้การแพทย์องค์รวมกลับคืนได้ โดยระบบวัฒนธรรมของเรา คือ ใช้พุทธศาสนา หรือศาสนาอื่น นำมาประยุกต์ ใช้ได้คือ หลัก 3 ประการ หลักของวิชา ธรรมนามัย ได้แก่

1. กายนามัย คือ การป้องกันก่อนป่วย เมื่ออายุเกิน 30 ปีขึ้นไป ในทางการแพทย์แผนไทยถือว่าธาตุทั้ง 4 เสื่อมจำเป็นต้องดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท คือ บำรุงชีวิตด้วยอาหาร กินอย่างมีสติ การกินที่จะมุ่งจรรโลงวิถีชีวิตอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความเจ็บปวดด้วยการกินอย่างพอดี กินให้ถูกกับโรค ใช้หลักมัชฌิมาปฏิปทาในการกิน ตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทย คือ กินให้หลากหลายในรสชาติ กินปลาเป็นหลัก กินผักเป็นพื้น กินพอดีพออิ่ม นอกจากนี้ยังมีการออกกำลังกายแบบไทย คือ การบริหารแบบไทย ท่าฤาษีดัดตน กายานามัย คือ การปรับปรุงกายให้สมดุลในเรื่องของธาตุ 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ

2. จิตตานามัย เป็นเรื่องการฝึกจิต โดยใช้การนั่งสมาธิเพื่อให้จิตเข้มแข็ง จิตมีพลังเกิดปัญญา เกิดความสุขสบายจะทำให้ความต้านทานโรคดีขึ้น มีพฤติกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพ ไม่ตามใจตัวเองด้วยกิเลส และความอยาก คือ ตัณหา วัดจึงเป็นที่พักจิตใจได้อย่างดียิ่ง เป็นที่ฝึกจิต ฝึกสมาธิ การเข้าหาธรรมะเป็นทางออก เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่บีบบังคับทางกายใจ หลัก ธรรมนามัยมิได้กีดกั้น ศาสนาอื่น เราสามารถใช้หลักการพัฒนาจิตของศาสนาอื่นมาใช้ในข้อนี้ได้

3. ชีวิตานามัย คือ การดำเนินชีวิตชอบด้านทางสายกลาง มีอาชีพสุจริต ผู้ที่มีอาชีพสุจริตย่อมมีชีวิตที่มีความสุข ผู้ที่ดำเนินด้วยทุจริต ย่อมหวั่นไหวตลอดเวลา จิตไม่สงบ มีความกังวลใจ ชีวิตานามัยจึงอยู่ในหลักธรรมะ ซึ่งทุกชาติทุกศาสนาล้วนแต่สอนให้คนปฏิบัติดี มีศีลธรรม คือ การดำเนินชีวิตชอบ นอกจากนี้ยังรวมถึงการทำชีวิตให้อยู่ในธรรมชาติชอบ คือ การปรับธาตุ 4 ภายนอก สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีงาม ด้านการปลูกต้อนไม้ไม้ผล หรือพืชกินได้ เพื่อนำมาทำเป็นอาหาร ผู้ที่มีเวลาว่างควรปลูกต้นไม้ เพื่อช่วยกันสร้างอาหารให้สังคมโลก ความชุ่มชื้น ความร่มเย็นจะกลับคืนมา เราจึงควรดำเนินชีวิตที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี และสะอาดของบ้านเรือน เครื่องแต่งกายที่สะอาด การขจัดสิ่งปฏิกูล การดูแลแม่น้ำลำธาร การปลูกต้นไม้ และมีวิชาชีพที่เหมาะสม คือ การดำเนินชีวิตชอบด้วยหลัก ชีวิตานามัย

หลักของธาตุทั้งสี่ : ร่างกายของมนุษย์ก่อกำเนิดจากธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ จิตคือนามธรรมที่จับต้องไม่ได้ แต่เรารู้สึกได้ด้วยสัมผัสที่จับต้องไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นจิตจึงเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์ที่มีสมองเป็นตัวสั่งการ ดังนั้นการย่อมสมรรถภาพของธาตุทั้งสี่จึงเกิดจากพฤติกรรมของมนุษย์เป็นหลัก